พยายามจะเจียดเวลาอันน้อยนิดนั่งวาดรูปอีกครั้ง
แต่ดูเหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จสักเท่าไร
จากครั้งล่าสุดที่โพสจนกระทั่งวันนี้
ภาพที่ได้เพิ่มมาแปะบล็อคมีแค่ 2 รูปเอง
กำลังจะจบปีสี่แล้ว...เวลาว่างกำลังจะหมด
ตอนนี้หากรู้สึกอยากวาดรูปเมื่อไร...
ข้าน้อยต้องรีบคว้าความรู้สึกนี้ไว้ให้ทันก่อนที่มันจะจางหาย
เอาล่ะ...
เกริ่นพอสมควรแล้วค่ะ
มาดูรูปแรกกันดีกว่า
.
.
.
.
.
รูปแรกชื่อว่า Sinking
ตอนที่วาดภาพนี้ รู้สึกจะเป็นช่วงปัญหาหลายๆ ปัญหารุมกันเข้ามา
เกิดความเสียใจกับอะไรหลายๆ อย่างด้วย
ทว่าตัวเองกลับแทบไม่มีน้ำตาให้ใครเห็น
ไม่ทราบว่าเพราะเหนื่อย เพราะล้า
เพราะเจ็บจนร่างกายชินชาหรือไร
น้ำตามันไม่ยอมไหลออกมา...
แต่กลับหยาดแทรกลงรินใจซึ่งอยู่ภายในกายเราแทน
Sinking เป็นจินตนาการของหยดน้ำตาที่ร่วงลงไปในแก้วน้ำใส ตัวหยาดน้ำตากำลังจะสลายและกลืนไปกับน้ำในแก้ว
หรือไม่ก็...
เป็นจินตนาการของน้ำตาตัวเองที่ไหลย้อนกลับเข้าไปภายใน
ดิ่งลึกลงไปในตัวเรา และแผ่ไออุ่นกับความรู้สึกที่หยาดน้ำตากักเก็บไว้ส่งไปยังเซลล์ต่างๆ ในร่าง
รูปที่สองชื่อ Kiss the Wind
วันที่เริ่มร่างรูปนี้เป็นวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน
ซึ่งเป็นวันที่ลมหนาวพัดมาทักทายชาว กทม. ให้หลงดีใจเล่นว่าฤดูหนาวกำลังมาเยือนนั่นเอง 55+
อากาศวันนั้นหนาว...
ใจคนวาดก็แอบหนาวนิดๆ
ตามประสาคนเหงาเป็นประจำเมื่อย่างฤดูหนาว
แต่...ก็ไม่ได้หนาว ไม่ได้เหงา เพราะไม่มีใคร
ขณะนั้นยังรับรู้ได้ว่ายังมีความรัก ความห่วงใย
จากคนที่เรารักและจากคนที่รักเราโอบเราไว้
สัมผัสของสายลมที่พัดผ่านผิวเนื้อ...เหมือนจะหนาวเย็นกรีดผิว แต่นั้นอาจเป็นวิธีของลมหนาวที่จะบอกผู้คนให้ทราบก็ได้ว่า "ฉันอยู่ตรงนี้กับเธอนะ"
ผู้หญิงในภาพจึงยิ้มน้อยๆ เริงเล่นเต้นรำไปกับสายลมที่พัดผ่านมาทักทาย
ทั้งคู่อาจพูดคุยกันบ้าง...
หญิงสาวจึงมอบจุมพิต แล้วกระซิบบอกคุณสายลมว่า
"ช่วยนำจุมพิตข้าไปแตะแต้มริมฝีปากของเขาเบาๆ ด้วยเถิด
เขารักลมหนาว...ข้าจึงอยากฝากความรักข้าไว้กับท่านยามที่ข้ามิอาจอยู่ข้างกายเขาได้
ต่อจากนี้ เขาจะได้ระลึกว่า ในลมหนาวนั้นมีความรักของข้าโอบกอดเขาอยู่"
ทั้งๆ ที่รูปนี้ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเลย
แต่เป็นรูปที่ข้าน้อยมองทีไร...จ้องนัยน์ตาและริมฝีปากของเธอ
ข้าน้อยก็รู้ตัวดีว่า ตนเองได้ใส่ "ใจ" ให้เธอแล้ว
น่าเสียดายที่ต้องย่อรูปให้เล็กลง
เลยอดจ้องนัยน์ตาและริมฝีปากของเธอไปโดยปริยาย
EDIT
ขอบคุณคอมเม้นท์ที่ 2 มากค่ะ
ทำให้จำความรู้สึกอีกอย่างของเธอขึ้นมาได้
ภาพนี้สายลมพัดมาทักทาย เริงเล่นเต้นรำกันสักครู่ แล้วสายลมก็กำลังจะจากไป...
จุมพิตนั้นเปรียบเสมือนจุมพิตอำลาสายลม และเป็นจุมพิตที่ฝากให้แก่คนที่เธอรัก
พื้นที่ว่างของภาพด้านบน คือ จุดที่สายลมค่อยๆ เคลื่อนผ่านอย่างอ้อยอิ่งราวกับมิอยากจาก
ในหัวข้าน้อยมีภาพคล้ายๆ เทพเจ้ากำลังเอื้อมมือมาจะคว้าเธอไป
ผ้าที่พลิ้วอยู่รอบกายนั้นคล้ายอ้อมแขนที่หมายจะโอบกอดและหอบพาหญิงสาวไปกับตนด้วย
ทว่าสิ่งที่หญิงสาวให้ได้คือ จิตวิญญาณเปี่ยมรัก
ความคิดถึง...ที่ดวงตามิอาจมองเห็น
กำลังถูกกระชากและหลุดลอยไปพร้อมกับสายลมที่กำลังจะลาจาก
เพื่อฝากไปยังผู้ที่เธอรัก...
ภาพนี้เป็นภาพที่ข้าน้อยจำเรื่องราวได้ชัดที่สุดก็ว่าได้
อาจเป็นเพราะเหตุการณ์เพิ่งเกิด
และตัวเองให้ความสำคัญกับผู้หญิงในรูปมากทีเดียว (^-^)
..........................................................................................
เอนทรี่นี้ขอแปะ 2 รูป นะคะ
แล้วอีกสักครู่ข้าน้อยจะแปะอีก 2 รูปเพื่อความฮาในเอ็นทรี่หน้า...หุหุหุ
edit @ 14 Nov 2009 21:35:53 by Ririn [L'Arc~en~Ciel --สายรุ้งที่ไม่เคยจางไปจากใจข้าน้อย]